งานการศึกษา
บ้านเรียนพิเศษ
บ้ารเรียนพิเศษเซเวียร์เริ่มตั้งที่ หมู่ 1 ตำบลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง ข้างๆร้านอาหารชื่อดัง ครัวป้าณี คุณพ่อเรย์มาเช่าบ้านหลังนี้หลังจากมีชาวบ้านบางคนมาขอคุณพ่อช่วยสอนภาษาอังกฤษให้เด็กนักเรียน คุณพ่อจึงประกาศเปิดสอนโดยมีค่าใช้จ่าย 150 ต่อเดือน เด็กนักเรียนกลุ่มแรกที่มาก็คือเด็กๆที่อยู่แถวบ้านเช่าหลังนี้ มีประมาณ 10 คน นั่นคือจุดเริ่มต้อนของงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เด็กนักเรียนในตัวเมืองอำเภออุ้มผาง ต่อมาไม่นานก็มี เด็กๆ และนักเรียนจากหมู่บ้านรอบๆอุ้มผาง มาเรียนด้วย ถึงแม้ว่าคุณพ่อยัวมีภาระกิจสอนในโรงเรียนต่างๆ ก็เขายังสามารถแบงเวลาเพื่อสอนพิเศษช่วง ศุกร์ต้อนเย็น และวันเสาร์ตอนเช้า
เซเวียร์ โอราติรี่
บ้านสอนภาษาให้ชุมชนในตัวเมือง
จากบ้ารเรียนพิเศษที่ติดกับครั่วป้าณี ในปี 2567 คุณพ่อเรย์ได้ย้ายกิจกรรมายังบริเวณวัดคาทอลิกนักบุญฟรังซิส เซเวียร อุ้มผาง
เรียนพิเศษทักษาการอ่านและการสื่อสาร
ในพื้นที่ใหม่ คุณพ่อได้สร้างอาคารใหม่เพื่อร้องรับเด็กนักเรียนจำนวนมากที่มาสมัครเรียนพิเศษ ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนในโรงเรียนรอบๆ
เรียนฤดูร้อน
ตั้งแต่คุณพ่อย้ายกิจกรรมในบรเวณวัด คุณพ่อจัดเรียนพิเศษช่วงฤดูร้อนให้เด็กๆทั่วอำเภอ อุ้มผาง
พัฒณาทักษาภาษาอังกฤษ
สงเสริมคุณภาพการศึกษา
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของงานแพร่ธรรมคาทอลิก ก็คือคุณภาพการศึกษา คุณพ่อจึงได้จิตอาสาไปสอนที่โรงเรียนรัฐบัน เริ่มแรกในโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม และบ้านหนองลวง ต่อมาคุณพ่อได้สอนในโรงเรียนทั้งอยู่ใกล้เคียงกันกับอุ้มผาง (บ้านไม้กระพง บ้านโนแอ บ้านยามอคี) หรือโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลจากอุ้มผาง (โรงเรียนบ้านนุแซโปล โรงเรียนบ้าน โคลทอ โรงเรียนพอกะทะ โรงเรียน บ้านม้องกั๊ว โรงเรียนบ้านแม่ระมุง โรงเรียนบ้าร แปดอทะ โรงเรียน บ้านแม่ระมุงคี)
การศึกาษเป็นาะพานเชื่อม
การเป็นครูจิตอาสาสอนภาษาถือว่าเป็นโอกาศสำคัญให้คุณพ่อได้เข้าสู่ส่วนหนึ่งของสังคมไทย ร่วมได้เข้าใจปัณหาการศึกษาในระดับหนึ่งแล้วช่วยตอบสนองโดยสงเสริมคุณภาพการสอนและเรียนภาษาอังกฤษ ตลอดทางหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน คุณพ่อได้สัมผัสกับทั้งนักเรียนและครูจำนวนมากมายทั่วพื้นที่อำเภอ อุ้มผาง โดยภาพร่วมคุณพ่อเป็นคนแรกที่แนะนำให้มีการพัฒนาและส่งเสริมในการทักษาการอ่านและออกเสียงเป็นรูปธรรม จึงได้สร้ามคู่มือเล่มหนึ่งที่ใช้กันไปเยอะในโรงเรียนต่างๆที่คุณพ่อเคยไปอยู่ อย่างไรก็ตาม การสอนเป็นสะพานเชื่อมไปสู่หมู่บ้านต่างและครอบครัวคนนักเรียน ซึ่งต่อมาจะเป็นโอกาศพัฒนาความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมทั้งไทยและกะเหรียง
สร้างมนุษย์ผู้มีความรู้
ในยุคที่ประเทศไทยหรือทั้งโลกมีปรากฏการณ์ของตลาดโลก การศึกษาคล้ายเป็นสินค้า จึงทำให้เกิดการศึกษาที่ เน้นกับจำนวน นักเรียนเป็นผู้บรภอพ ซึ่งจะคิดเสมอว่าต้นเองไม่มีทางที่ไม่สำเร็จ เพราะซื้อการศึกษาไปแล้ว แนวน้อมแบบนี้ทำให้คุณภาพการศึกษาตกตำไปเรือยมาก คุณพ่อเรย์ในช่วงเวลาที่จิตอาสาเป็นครูสอน ได้รอนาร้องทักษาการอ่านในโรงเรียนแต่ละพื้นที่ที่คุณพ่อสอน โดยย้ำเสมอว่า เด็กนักเรียนต้องสามารถอ่านภาษาอังกฤษโดยตัวเอง ไม่ใช่เพี่ยงแค่เรื่องจดจำไร้ความเข้าใจอย่างเดียว แต่ทักษาที่พวกเขารู้ด้วยความเข้าใจดี